โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง (Cancer) โรคยอดฮิตที่ยังครองแชมป์อันดับ 1 ที่คร่าชีวิตคนไทยได้ทุกเพศทุกวัย นอกจากจะครองแชมป์ในทุก ๆ ปีแล้ว ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปีอีกด้วย จัดว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงมากเลยทีเดียว แต่หากเรารู้ตัวเร็ว ก็สามารถรักษาได้และใช้ชีวิตได้ตามปกติ ฉะนั้นหากเราหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอยู่เสมอ เพียงเท่านี้เราก็สามารถลดความเสี่ยงในการเป็น มะเร็ง แล้วนั่นเอง ..

แต่.. เราจะทราบได้อย่างไรว่าสาเหตุการเกิด มะเร็ง นั้นมาจากอะไร เรามีความเสี่ยงที่จะเป็นหรือไม่ และ เราจะมีวิธีป้องกันตนเองได้อย่างไรบ้าง เรามาดูรายละเอียดกันเถอะ

โรคมะเร็งคืออะไร

โรคมะเร็งคืออะไร

โรคมะเร็ง (Cancer) หรือในทางการแพทย์เรียกกันว่า “เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย” เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เริ่มมีการแบ่งตัวอย่างไม่หยุดยั้งและได้แพร่กระจายไปยังบริเวณต่าง ๆ ของอวัยวะในร่างกาย โดยผ่านระบบน้ำเหลือง หรือ กระแสเลือด ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ นั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมซึ่ง มะเร็ง สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ อาจจะถูกถ่ายทอดจากคุณพ่อคุณแม่สู่ลูก และยังมีโอกาสเกิดได้จากความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การสูดดมสารเคมี หรือการรับบุหรี่มือสอง เป็นต้น

โรคมะเร็ง ก็สามารถแบ่งย่อย ๆ ได้อีกมากมาย โดยชื่อเรียกนั้นก็จะเรียกตามตำแหน่งอวัยวะที่ มะเร็ง ได้อาศัยอยู่ เช่น มะเร็งปอด, มะเร็งลำไส้ หรือ มะเร็งตับ เป็นต้น โดยสามารถพบได้ในผู้ป่วยทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงวัยผู้สูงอายุเลยทีเดียว แต่ส่วนมากจะเกิดกับวัยผู้ใหญ่มากกว่าวัยอื่น ๆ เสียอีก

มะเร็งเกิดจากอะไร

มะเร็งเกิดจากอะไร

มะเร็งเกิดจากอะไร เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยปกติแล้วในร่างกายของคนเราจะมี “เซลล์มะเร็ง” อาศัยอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ปรากฏ หรือ แสดงอาการออกมา เนื่องจากในร่างกายของคนปกติจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่คอยทำลายและปกป้องไม่ให้ “เซลล์มะเร็ง” เกิดการแบ่งตัวและแพร่กระจาย ซึ่งในผู้ป่วยที่เป็นนั้นเพราะระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำลายการเจริญเติบโตของ “เซลล์มะเร็ง” ได้ทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ในที่สุด อาจเกิดได้จากปัจจัยสนับสนุนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยภายใน คือ เซลล์ร่างกายมีความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด (ปัจจัยนี้เราไม่สามารถควบคุมได้) และปัจจัยภายนอก คือ การได้รับ “สารก่อมะเร็ง” จากสภาพแวดล้อม เช่น การได้รับสารเคมีหากทำงานในโรงงาน หรือการได้รับควันบุหรี่ (บุหรี่มือสอง) “สารก่อมะเร็ง” นี้สามารถทำให้พันธุกรรมของเราเปลี่ยนแปลงได้

มะเร็งมีกี่ชนิด

มะเร็งมีกี่ชนิด

มะเร็ง นั้นมีมากกว่า 100 ชนิด ซึ่งเกิดขึ้นได้กับอวัยวะทุกส่วนในร่างกายเลยทีเดียว ทั้งเพศชายและเพศหญิง ก็มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเท่า ๆ กัน โดยชื่อเรียกจะเรียกตามตอวัยวะที่อาศัยอยู่ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่บ่อย ได้แก่

มะเร็งสมอง มะเร็งลำไส้
มะเร็งดวงตา มะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งถุงน้ำดี
มะเร็งช่องปาก มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งลิ้น มะเร็งรังไข่
มะเร็งต่อมน้ำลาย มะเร็งช่องท้อง
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
มะเร็งคอหอย มะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งทางเดินปัสสาวะ
มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งทวารหนัก
มะเร็งลำคอ มะเร็งไขสันหลัง
มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งไขกระดูก
มะเร็งเต้านม มะเร็งกระดูก
มะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง
มะเร็งไต มะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งปอด มะเร็งเม็ดเลือดแดง
มะเร็งหลอดลม

มะเร็งมีกี่ระยะ

มะเร็งมีกี่ระยะ

มะเร็งมีกี่ระยะ เป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยของคนทั่วไปหลายคน ระยะของมะเร็งเป็นตัวบ่งบอกความรุนแรง และ ระยะของการแพร่กระจายได้เป็นอย่างดี การที่เราทราบระยะของโรคมะเร็งนั้น สามารถช่วยยืดอายุของผู้ป่วยได้ แพทย์จะวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกจุด เพื่อที่จะได้ปรับตัวในการดูแลสุขภาพ แนะนำการรับประทาน อาหารสําหรับผู้ป่วยมะเร็ง ได้อย่างถูกต้อง หรือแม้แต่การดำเนินชีวิตประจำ

โดยปกติแล้ว มะเร็ง จะมีอยู่ 4 ระยะด้วยกัน ดังนี้

  • ระยะที่ 0 : เซลล์มะเร็ง ยังไม่มีการลุกลามไปในเนื้อเยื่อปกติ ซึ่งระยะที่ 0 ก็ยังไม่จัดว่าเป็น มะเร็ง เนื่องจากมีเพียงเซลล์ผิดปกติ แต่อาจกลายเป็น “เซลล์มะเร็ง” ได้
  • ระยะที่ 1 : เซลล์มะเร็ง เริ่มเป็นก้อนเนื้อ หรือแผลขนาดเล็ก จะอาศัยอยู่ในบริเวณอวัยวะที่ก่อตัวขึ้นเท่านั้น ยังไม่มีการลุกลามหรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆในร่างกาย ขนาดประมาณ 3-5 เซนติเมตร  มีโอกาสรักษาหาย 70-90%
  • ระยะที่ 2 : เซลล์มะเร็ง เป็นก้อน หรือแผลที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในระยะนี้จะเริ่มลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียงหรือต่อมน้ำเหลือง มีโอกาสรักษาหาย 70-80%
  • มะเร็ง ระยะที่ 3 : เซลล์มะเร็ง เป็นก้อน หรือแผลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก และจะเริ่มลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง, ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีโอกาสรักษาหาย 20-60%
  • มะเร็ง ระยะที่ 4 : เซลล์มะเร็ง มีขนาดโตขึ้นมาก จะลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ และแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด และลุกลามไปยังอวัยวะที่อยู่ในบริเวณที่ไกลขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตับ ไต ลำไส้ หรือปอด เป็นต้น มีโอกาสรักษาหาย 0-15%

อาการโรคมะเร็ง

อาการโรคมะเร็ง

อาการโรคมะเร็ง นั้น ไม่มีอาการเฉพาะ แต่มักจะส่งสัญญาณให้เราทราบด้วยอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเราอาจมองข้าม ดังนั้น เรามาสำรวจร่างกายของเรากันในเบื้องต้นดีกว่า ว่ามีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ หากมีอาการเกิน 1-2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ อาการที่น่าสงสัยว่าเป็นมะเร็ง ได้แก่

  • ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด
  • มีก้อนเนื้อ หรือแผลเรื้อรัง ไม่หายภายใน 1-2 สัปดาห์หลังจากที่ดูแลตนเองในเบื้องต้น
  • หายใจมีเสียง หรือหายใจไม่ทัน
  • ไผ่ ปาน หูด ที่โตเร็วผิดปกติ
  • อาเจียน หรือปัสสาวะเป็นเลือด
  • มีรอยฟกช้ำเลือดออกไม่หยุด
  • ท้องผูก สลับกับท้องเสียอย่างที่ไม่เคยเป็น
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ อย่างที่ไม่เคยเป็น
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ
  • มีไข้สูง หรือต่ำบ่อย โดยหาสาเหตุไม่ได้
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง

การรักษาต้องทำอย่างไรบ้าง

วิธีรักษาโรคมะเร็ง

การรักษาในปัจจุบัน ก็มีหลากหลายทางเลือกในการรักษา อาจจะใช้การรักษาเพียงวิธีเดียว หรือ ใช้การรักษาร่วมกันหลายวิธีก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย ประเมินการรักษาจากชนิด, อาการความรุนแรง และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย การรักษาแบ่งออกได้ ดังนี้

  • การผ่าตัด
  • รังสีรักษา
  • เคมีบำบัด
  • ยาฮอร์โมน
  • รังสีร่วมรักษา
  • การรักษาประคับประคองตามอาการ

โรคมะเร็ง ป้องกันได้อย่างไร

การป้องกันโรคมะเร็ง

เราจะป้องกันตนเองไม่ให้เป็น มะเร็ง ได้อย่างไร ฉะนั้น เราควรจะต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิด และควรปฏิบัติตัวให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมไม่น้อยเกินไป หรือมากเกินไป และควรเน้นผักและผลไม้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่
  • ตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิด มะเร็ง
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ

ติดต่อผ่านทางไลน์

ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์
Posted in กลุ่มโรคมะเร็ง.