โรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงิน หรือที่มักเรียกกันว่า สะเก็ดเงิน คืออะไร แล้วอาการ “ยิ่งเกา ยิ่งคัน” จะเกี่ยวข้องอะไรกับโรคนี้หรือไม่.. โดยปกติทั่วไปแล้ว หากเรามีตุ่มเล็ก ๆ หรือผิวหนังไม่มีตุ่มแต่ผิวหนังมีสีแดงและรู้สึกคัน เราก็จะเกาอยู่อย่างนั้น แต่รู้หรือเปล่าว่าอาการยิ่งเกา ยิ่งคัน นั้นเป็นเรื่องเล็กๆที่เราไม่ควรมองข้ามกันเลยทีเดียว

สะเก็ดเงิน คืออะไร

โรคสะเก็ดเงินคืออะไร

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) หรือบางท่านจะรู้จักในชื่อ “โรคเรื้อนกวาง หรือโรคเกล็ดเงิน” คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติจากการแบ่งเซลล์ของผิวหนัง โรคผิวหนังชนิดนี้เกิดจากความผิดปกติของผิวหนังชนิดเรื้อรังที่เกิดจากการแบ่งเซลล์ผิวหนังผิดปกติ สามารถพบผู้ป่วยได้ในทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยทารก ไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่ส่วนมากจะพบในช่วงวัยผู้ใหญ่ ความรุนแรงของโรคนั้นก็จะแบ่งไปตามชนิดที่พบในผู้ป่วยนั่นเอง  ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคนั้นก็มีหลากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางด้านจิตใจ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคก็คือ “ความเครียด” รวมไปถึง ปัจจัยภายในร่างกาย และปัจจัยภายนอกร่างกาย

ลักษณะหรือ อาการโรคสะเก็ดเงิน นั้นจะขึ้นเหมือนกับผื่น หรือ ตุ่มสีแดง มีเกล็ดสีเงินปกคลุมอยู่ข้างบน มักขึ้นตามศอก เข่า แขน ขา ศีรษะ รวมไปถึงใบหน้าด้วยเช่นกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ หากทำการรักษาแล้ว อาการก็จะเป็น ๆ หาย ๆ วนอยู่เรื่อยไป กล่าวคือ โรคนี้ “ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้อาการกำเริบขึ้นมาอีกได้”

โรคสะเก็ดเงินเกิดจาก

โรคสะเก็ดเงินเกิดจาก

สะเก็ดเงินเกิดจาก อะไรนั้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หากแต่ทราบได้ว่า เกิดจากความผิดปกติจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง ซึ่งอาจจะเกิดจากพันธุกรรม หรือ DNA ก็เป็นได้ และยังมีปัจจัยอื่นๆที่สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัจจัยทางด้านจิตใจ เช่น การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะทางอารมณ์ รวมไปถึงภาวะความเครียด ซึ่งความเครียดจัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนี้เลยทีเดียว
  • ปัจจัยภายในร่างกาย เช่น การเกิดโรคกับอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคไตหรือโรคตับ และการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เป็นต้น
  • ปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น การเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด การติดเชื้อ การใช้ครีมลอกหน้าหรือการขัดผิว ก็อาจจะจัดได้ว่า เป็นการกระตุ้นทำให้เกิดโรคเลยทีเดียว

ชนิดของโรคสะเก็ดเงิน

ชนิดของโรคสะเก็ดเงิน

ชนิดของโรคสะเก็ดเงิน นั้น จะแบ่งออกได้ตามลักษณะของผื่น ดังนี้

  1. ชนิดผื่นหนาหรือปื้นหนา (Plaque) : ผื่นชนิดนี้จะขึ้นเป็นลักษณะผื่นหนามีสีแดง และถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีเงิน ส่วนมากจะเกิดขึ้นที่บริเวณศอก เข่า และหนังศีรษะ ซึ่งชนิดผื่นหนาหรือปื้นหนานั่นพบในผู้ป่วยได้มากที่สุดเลยก็ว่าได้ หรือประมาณ 80% ของผู้ป่วยทั้งหมดเลยทีเดียว
  2. ชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate Psoriasis) : ผื่นชนิดนี้จะขึ้นเป็นลักษณะเป็นจุดเล็กๆ มีสีแดง ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร รูปทรงคล้ายหยดน้ำ ส่วนมากจะเกิดขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นตามลำตัว แขน ขา และหนังศีรษะ ซึ่งอาการลักษณะชนิดผื่นขนาดเล็กนี้ มักจะพบในผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงวัยเด็ก หรือพบในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี พบได้จำนวนน้อยหรือประมาณ 10% ของผู้ป่วยทั้งหมด
  3. ชนิดตุ่มหนอง (Pustular psoriasis) : จะลักษณะ ขึ้นเป็นตุ่มมีน้ำขุ่น หรือน้ำหนอง และแพร่กระจายเป็นวงกว้าง และหากเกิดการอักเสบจะเป็นสีแดง ซึ่งในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาการหนาวสั่น มีไข้ รู้สึกเบื่ออาหารและน้ำหนักลดลง
  4. ชนิดเกิดตามข้อพับ (Inverse Psoriasis/Intertriginous Psoriasis) : ชนิดนี้จะไม่เป็นผื่นหรือตุ่ม และเกล็ดปกคลุมแล้ว แต่จะเป็นลักษณะผิวราบเรียบและมีสีแดง มักจะเกิดขึ้นตามรักแร้ ข้อหนีบ ข้อพับ ใต้นม และบริเวณรอบ ๆ อวัยวะเพศ และจะพบมากในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก สามารถกำเริบได้ง่ายจากการที่มีเหงื่อออก และเกิดการเสียดสีของผิวหนังนั่นเอง
  5. ชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว (Erythrodermic Psoriasis) : ผื่นชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นสีแดงขนาดใหญ่ และมีการลอก ซึ่งจัดว่าเป็นประเภทที่รุนแรงเลยก็ว่าได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกแสบ คัน และเจ็บ ส่วนมากจะเกิดขึ้นตามบริเวณลำตัว แต่จะพบผู้ป่วยได้เพียง 3% ของผู้ป่วยโรคนี้ทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งถือว่าพบได้น้อยมาก ๆ

อาการโรคสะเก็ดเงิน

อาการโรคสะเก็ดเงิน

อาการสะเก็ดเงิน จะแบ่งตามชนิดที่เป็น ซึ่งอาการของโรคในแต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ก็มีบางอาการที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้

  • ชนิดผื่นหนาหรือปื้นหนา (Plaque) : มีผื่นหนาสีแดง และปกคลุมด้วยเกล็ดสีเงิน ขึ้นตามศอก เข่า และหนังศีรษะ
  • ชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate Psoriasis) : มีผื่นจุดเล็กๆสีแดง รูปทรงคล้ายหยดน้ำ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา และหนังศีรษะ
  • ชนิดตุ่มหนอง (Pustular psoriasis) : มีตุ่มน้ำสีขุ่น หรือน้ำหนองแพร่กระจาย
  • ชนิดเกิดตามข้อพับ (Inverse Psoriasis/Intertriginous Psoriasis) : เป็นพื้นผิวเรียบและมีสีแดง ขึ้นตามข้อพับ ใต้นม รักแร้ และบริเวณรอบๆอวัยวะเพศ
  • ชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว (Erythrodermic Psoriasis) : มีผื่นสีแดงขนาดใหญ่ และมีการลอกอย่างรุนแรง

วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงิน

วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงิน

วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงิน จะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ซึ่งการรักษาก็จะรักษาตามลำดับขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 หากยังไม่ได้ผลก็จะรักษาขั้นตอนที่ 2 และหากยังไม่ได้ผลจะรักษาในขั้นตอนที่ 3 ในที่สุด ดังนี้

  1. การใช้ยาทา : ในผู้ป่วยที่อาการยังไม่รุนแรงนักจะใช้วิธีการรักษาโดยการใช้ยาทาไปที่ผิวหนังที่เกิดมีอาการโดยตรง ซึ่งจะช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้น โดยยาทาก็มีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเนื้อครีม เนื้อเจล และน้ำมัน เช่น ยาทาสเตียรอยด์ ยากลุ่มน้ำมันดิน แอนทราลีน ยาทากลุ่มเรตินอล วิตามินเอ เป็นต้น
  2. การใช้แสงรักษา : การใช้แสงรักษาเป็นอักวิธีที่ได้ผลดีเลยทีเดียว นิยมใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางจนถึงขั้นรุนแรง ผลข้างเคียงน้อยและผู้ป่วยมีความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำอีกน้อยกว่าการรักษาโดยใช้ยาทาหรือทานยา มีทั้งแบบ Ultraviolet Light B และ PUVA แต่การใช้แสงรักษานั้นต้องมารักษาที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน
  3. การใช้ยารับประทาน : วิธีนี้นิยมใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางจนถึงขั้นรุนแรง เนื่องจากการรักษาโดยวิธีรับประทานยานั้นจะทำให้เกิดผลข้างเคียง แพทย์จึงแนะนำให้ใช้ยารับประทานในระยะเวลาสั้นๆ ยาหลักๆที่นิยมใช้ คือ
    – เมโธเทร็กเซท (Methotrexate) นิยมใช้กับผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นรุนแรงโดยเฉพาะที่ผู้เป็นชนิด ตุ่มหนอง ยาเมโทเทรกเซทมีฤทธิ์ช่วยในการยับยั้งการสร้าง DNA และช่วยลดอาการอักเสบ แต่ข้อจำกัดคือมีผลข้างเคียง อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ผมร่วง หรือเบื่ออาหาร เป็นต้น
    – ไซโคลสปอริน (Cyclosporine) นิยมใช้กับผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นรุนแรง ยาไซโคลสปอรินมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ และผลข้างเคียงคือ อาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูง เป็นพิษต่อไตได้
    – อะซิเตรติน (Acitretin) เป็นยารับประทานกลุ่มวิตามิน A มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ นิยมใช้กับผู้ป่วยที่เป็นชนิดตุ่มหนอง โดยให้รับประทานยานาน 3-4 เดือน และผลข้างเคียงคือ ทำให้อ่อนเพลีย ผิวแห้ง และผมร่วง เป็นต้น

แต่ถึงอย่างไร วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงินให้หายขาด โดยสิ้นเชิงนั้น ไม่สามารถทำได้ วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงิน ดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงการรักษาเมื่อเกิดโรค เพราะโรคนี้สามารถแสดงอาการกลับมาเป็นซ้ำได้อยู่ตลอดเวลา

อาหารต้องห้ามของโรคสะเก็ดเงิน

อาหารต้องห้ามของโรคสะเก็ดเงิน

โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของการแบ่งเซลล์ผิวหนัง ซึ่งปัจจัยหลักๆมาจากความเครียด การเปลี่ยนแปลงของร่างกายหรือพันธุกรรม ซึ่งจริงๆแล้วการรับประทานอาหารก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้อาการของโรคนั้นมีการลุกลามแพร่กระจาย ทำให้อาการรุนแรงขึ้น ดังนั้น หากเราหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นปัจจัยสนับสนุนได้ก็ลดความเสี่ยงในการกำเริบของโรคได้แล้ว อาหารต้องห้ามของโรคสะเก็ดเงิน ที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของมึนเมา : สิ่งสำคัญที่ต้องห้ามทานโดยเด็ดขาด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับโรคนี้นั้น เปรียบเสมือนศัตรูกันตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะสารในแอลกอฮอล์นั้นทำให้อาการกำเริบขึ้นมาได้ง่ายๆ
  • อาหารหมักดองทุกชนิด : ใครที่เวลารู้สึกเพลียๆ ป่วยๆ แล้วอยากทานอาหารหมักดองให้ร่างกายสดชื่นนั้น คุณคิดผิด! ในอาหารหมักดองทุกชนิดนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีซึ่งสามารถกระตุ้นให้อาการกำเริบขึ้นมาได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว
  • น้ำตาล : ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลกลูโคส หรืออาหารที่ทำจากน้ำตาลทั้งปวง ผู้ป่วยโรคนี้ควรลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกนี้ เพราะน้ำตาลช่วยกระตุ้นให้โรคนี้กลับเยี่ยมเยือนเราได้ ถึงแม้ว่าน้ำตาลจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยากในการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่หากเราลดได้สักนิดก็ยังดีกว่า
  • กลูเตน : โปรตีนชนิดหนึ่ง มักพบในธัญพืชต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาลี ข้าวไรย์ หรือข้าวบาร์เล่ย์ และกลูเตนนั้นยังสามารถกระตุ้นให้อาการกำเริบขึ้นได้
  • เนื้อแดง : เนื้อสีแดง ที่รวมไปถึงอาหารแปรรูปด้วย ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก เบคอน หรือแฮม เพราะในเนื้อแดงมีกรดอะราคิโดนิก (Arachidonic Acid) หรือกรดไขมันอิ่มตัวสูง หากทานในปริมาณที่มากเกินไป จะไปช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยเกิดอาการอักเสบอย่างรุนแรงขึ้น

การป้องกันสะเก็ดเงินทำได้อย่างไร

วิธีป้องกันโรคสะเก็ดเงิน

อย่างที่เราได้ทราบไปว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคนี้อย่างชัดเจน แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคได้ดังนี้

  • ลดความเครียด
  • นอนกลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร และยาบางชนิด
  • ดูแลร่างกายไม่ให้ติดเชื้อ
  • ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ

เราสามารถควบคุมไม่ไห้อาการกลับมากำเริบได้อย่างไร?

วิธีควบคุมไม่ให้สะเก็ดเงินกลับมาเป็นอีก

อีกหนึ่งคำถามที่ยังค้างคาใจ.. เพราะอย่างที่เรารู้กันนั้น โรคสะเก็ดเงิน นั้น ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้กลับมากำเริบได้ แล้วเราจะมีวิธีดูแลตนเองอย่างไรเพื่อไม่ให้โรคนี้กลับมากำเริบได้อีก

  • ทานยา และปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • พยายามไม่เครียด ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ
  • รับประทานให้ครบ 5 หมู่ เน้นทานผักและผลไม้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • สวมเสื้อผ้าที่สามารถปกปิดผิวหนัง เพื่อไม่ให้ผิวหนังถูกกระทบ และกลับมาติดเชื้ออีก
  • งดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดโรค
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ

ติดต่อผ่านทางไลน์

ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์
Posted in Other.